ข่าวสารและบทความล่าสุด

Athentic Consulting’s team of experienced experts bring you the
latest news and insights in law and regulations.

ai-fundamentals-before-ai-governance

ปูพื้นฐาน AI ก่อนเข้าสู่โลกของ AI Governance

AI คือระบบที่เลียนแบบความฉลาดของมนุษย์ และแบ่งออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ ANI ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ไปจนถึง AGI และ ASI ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง AI มีความสามารถหลากหลาย ตั้งแต่การจดจำไปจนถึงการช่วยตัดสินใจ แต่ด้วยความซับซ้อน ความเป็นอิสระ และความเสี่ยงต่อการใช้ผิดวัตถุประสงค์ AI จึงจำเป็นต้องมีการกำกับดูแลผ่าน AI Governance

1. AI คืออะไร?

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) คือระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อจำลองหรือเลียนแบบความฉลาดของมนุษย์ ให้เครื่องจักรสามารถทำงานที่ปกติต้องใช้สติปัญญามนุษย์ได้ เช่น การเรียนรู้ การให้เหตุผล การตัดสินใจ และการแก้ปัญหา

หากจะอธิบายให้เข้าใจง่าย AI คือ "ระบบซอฟต์แวร์ที่สามารถเรียนรู้จากข้อมูลและปรับตัวได้" ไม่ใช่แค่โปรแกรมที่ทำตามคำสั่งที่เขียนไว้ตายตัว แต่สามารถ "คิด" และ "ตอบสนอง" ต่อสถานการณ์ใหม่ได้

คุณสมบัติสำคัญของ AI

  • เทคโนโลยี: AI ประกอบด้วยอัลกอริทึม โครงสร้างข้อมูล และโมเดลคำนวณ
  • ความฉลาด: AI เลียนแบบความสามารถของมนุษย์ เช่น การให้เหตุผล และการแก้ปัญหา
  • ความเป็นอิสระ: AI สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุมทุกขั้นตอน
  • การเรียนรู้: AI ปรับตัวและเรียนรู้จากข้อมูลใหม่หรือผลตอบรับที่ได้รับ
  • การสร้าง Output: AI ผลิตผลลัพธ์ เช่น การพยากรณ์ การจำแนก การตัดสินใจ และการกระทำ
AI ไม่ใช่เทคโนโลยีเดี่ยว แต่เป็นสาขาของวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มีการประยุกต์ใช้มากมายทั้งในภาคธุรกิจและภาครัฐ

2. ประเภทของ AI: จากแคบไปกว้าง

เพื่อทำความเข้าใจ AI Governance ได้ดียิ่งขึ้น เราต้องรู้จักว่า AI มีกี่ระดับ และแต่ละระดับมีความสามารถและความเสี่ยงต่างกันอย่างไร

2.1 Artificial Narrow Intelligence (ANI): AI เฉพาะทาง

ANI หรือที่รู้จักกันว่า "Weak AI" คือ AI ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มันเก่งในงานเฉพาะด้านอย่างมาก แต่ไม่สามารถนำความรู้ไปใช้ในด้านอื่นได้

ตัวอย่างเช่น Siri หรือ Alexa สามารถตั้งปลุก เปิดเพลง หรือบอกพยากรณ์อากาศได้ แต่ไม่ได้เข้าใจโลกในแบบที่มนุษย์เข้าใจ ปัจจุบัน ANI ถูกใช้งานในหลายอุตสาหกรรม ทั้งการแพทย์ การเงิน การผลิต และการบริการลูกค้า

2.2 Broad AI: AI กว้าง (ขั้นกลาง)

Broad AI อยู่ระหว่าง ANI และ AGI คือสามารถทำงานหลายอย่างได้กว้างกว่า ANI แต่ยังไม่ถึงระดับ AGI ตัวอย่างที่ดีคือรถยนต์ไร้คนขับที่ต้องผสานการมองเห็น การตัดสินใจ และการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์เข้าด้วยกัน หรือ AI Agents ที่ทำงานหลายขั้นตอนโดยอัตโนมัติ

2.3 Artificial General Intelligence (AGI): AI ทั่วไป

AGI หรือ "Strong AI" คือ AI ที่มีความฉลาดระดับมนุษย์ สามารถเรียนรู้และแก้ปัญหาได้ในทุกสถานการณ์ โดยไม่ต้องฝึกเป็นพิเศษสำหรับแต่ละงาน ปัจจุบัน AGI ยังไม่มีในโลกจริง แต่เป็นเป้าหมายระยะยาวของนักวิจัย AI

2.4 Artificial Super Intelligence (ASI): AI เหนือมนุษย์

ASI คือ AI ที่มีความสามารถเหนือมนุษย์ในทุกด้าน ทั้งวิทยาศาสตร์ ความคิดสร้างสรรค์ ปัญญา และทักษะสังคม ปัจจุบัน ASI ยังเป็นเพียงสมมติฐาน และผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าหากเราพัฒนา AGI ได้สำเร็จ ASI ก็จะตามมา

สรุปสั้น: AI ที่เราเจอในชีวิตประจำวันล้วนเป็น ANI ทั้งสิ้น ChatGPT, Siri, Netflix Recommendation, Face ID ล้วนเป็น ANI ที่เก่งในงานเฉพาะของตัวเอง

3. กรอบการจำแนก AI ตาม OECD

องค์การ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) ได้พัฒนากรอบการจำแนกประเภท AI เพื่อช่วยให้องค์กรและผู้กำหนดนโยบายเข้าใจและประเมินความเสี่ยงของระบบ AI ได้อย่างเป็นระบบ กรอบนี้มี 5 มิติหลัก ดังนี้

  1. ผู้คนและโลก (People and Planet): ระบุกลุ่มบุคคลและสิ่งแวดล้อมที่อาจได้รับผลกระทบจาก AI รวมถึงสิทธิมนุษยชนและความเป็นส่วนตัว
  2. บริบทเศรษฐกิจ (Economic Context): อุตสาหกรรมที่ AI ถูกนำไปใช้ เช่น สาธารณสุข การเงิน รวมถึงขนาดและผลกระทบของการใช้งาน
  3. ข้อมูลและ Input: ข้อมูลที่ใช้ฝึก AI มาจากไหน รวบรวมอย่างไร และมีโครงสร้างอย่างไร
  4. โมเดล AI: ประเภทของโมเดล วิธีสร้าง (ใช้ Machine Learning หรือกฎที่มนุษย์เขียน) และวัตถุประสงค์การใช้งาน
  5. งานและ Output: สิ่งที่ AI ทำ เช่น การจดจำ การพยากรณ์ และระดับความเป็นอิสระในการตัดสินใจ

กรอบ OECD นี้สำคัญมากสำหรับ AI Governance เพราะช่วยให้เราพูดถึง AI ในภาษาเดียวกัน และประเมินความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ

4. AI และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

AI ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่เติบโตควบคู่ไปกับเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน การเข้าใจความเชื่อมโยงเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจว่าทำไม AI Governance ถึงต้องครอบคลุมหลายมิติ

  • Cloud Computing: ทำให้การประมวลผลขนาดใหญ่เป็นไปได้สำหรับทุกคน และเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ AI พึ่งพา
  • Mobile & Social Media: สร้างข้อมูลมหาศาลที่ป้อนให้ AI เรียนรู้
  • Internet of Things (IoT): อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสร้างข้อมูลจำนวนมากเพื่อฝึก AI
  • Privacy Enhancing Technologies (PETs): เทคโนโลยีปกป้องความเป็นส่วนตัว ซึ่ง AI เองก็เป็นตัวผลักดันให้พัฒนาเร็วขึ้น
  • Computer Vision, AR/VR: ช่วยให้ AI มองเห็นและโต้ตอบกับโลกกายภาพได้
  • ยานพาหนะอัตโนมัติ: ตัวอย่างที่ชัดเจนของ Broad AI ที่ต้องผสาน ML, Computer Vision และ Edge Computing
  • อาวุธอัตโนมัติ: ตัวอย่างที่ AI สร้างคำถามด้านจริยธรรมและความปลอดภัยระดับโลก

5. AI ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

เพื่อเข้าใจว่าทำไม AI Governance ถึงสำคัญ เราต้องรู้ก่อนว่า AI สามารถทำอะไรได้บ้าง และอะไรที่ทำให้มันทรงพลังจนต้องกำกับดูแล

ความสามารถหลักของ AI

  • การจดจำ (Recognition): จดจำใบหน้า สินค้า เสียง ข้อความ ใช้ในระบบความปลอดภัย ค้าปลีก และการศึกษา เช่น ตรวจจับการลอกงาน
  • การตรวจจับเหตุการณ์ (Event Detection): ตรวจจับการทุจริตบัตรเครดิต ตรวจสอบภัยไซเบอร์ หรือแม้แต่ตรวจจับประตูในการแข่งขันกีฬา
  • การพยากรณ์ (Forecasting): ทำนายยอดขาย ความต้องการของตลาด หรือพยากรณ์อากาศ
  • การปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Personalization): สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างสำหรับแต่ละผู้ใช้ เช่น การแนะนำสินค้าหรือเนื้อหาบนเว็บไซต์
  • การสนับสนุนการโต้ตอบ (Interaction Support): Chatbot และผู้ช่วยเสมือน ทั้งในภาคเอกชนและรัฐ เช่น ระบบช่วยตอบคำถามผู้ขอสินเชื่อการศึกษา
  • การเพิ่มประสิทธิภาพ (Optimization): ปรับ Supply Chain วางแผนเส้นทางรถขนส่ง หรือจัดตารางงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • การแนะนำและช่วยตัดสินใจ (Recommendation & Decision Support): แนะนำสินค้า หรือช่วยแพทย์วินิจฉัยโรค และช่วยภาครัฐพิจารณาสิทธิประโยชน์ต่างๆ

ประโยชน์ที่เห็นได้ชัด

  • เร็วและแม่นยำกว่ามนุษย์ในการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่
  • ช่วยลดข้อผิดพลาดและอคติจากมนุษย์ในงานซ้ำซาก
  • ประมวลผลข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งปริมาณมากและความเร็วสูง
  • ช่วยให้มนุษย์ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในงานที่ซับซ้อน เช่น การแพทย์และกฎหมาย

6. ทำไมจึงต้องกำกับดูแล AI?

เมื่อ AI มีศักยภาพสูงและแทรกซึมเข้าสู่ทุกส่วนของชีวิต มันจึงนำมาซึ่งความเสี่ยงที่ต้องการการกำกับดูแลอย่างรอบคอบ คุณลักษณะของ AI ที่ทำให้ต้องมี AI Governance มีดังนี้

  • ความซับซ้อนและความไม่โปร่งใส (Complexity & Opacity): AI บางประเภทอธิบายได้ยากว่าทำไมจึงตัดสินใจอย่างนั้น
  • ความเป็นอิสระ (Autonomy): AI ทำงานโดยไม่ต้องมีมนุษย์อนุมัติทุกขั้นตอน
  • ความเร็วและขนาด (Speed & Scale): ผลกระทบแพร่กระจายได้เร็วและกว้างมาก
  • ความเสี่ยงต่อการใช้ผิดวัตถุประสงค์ (Potential for Harm/Misuse): อาจก่อให้เกิดอคติหรือการเลือกปฏิบัติ
  • การพึ่งพาข้อมูล (Data Dependency): AI ดีแค่ไหนขึ้นอยู่กับคุณภาพข้อมูลที่ใช้ฝึก
  • Output ที่ไม่แน่นอน (Probabilistic Output): AI ให้ผลลัพธ์เป็นความน่าจะเป็น ไม่ใช่คำตอบที่แน่นอนเสมอ
ความท้าทายหลักของ AI Governance คือการสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและการแข่งขัน กับความจำเป็นในการระบุความเสี่ยง ติดตาม และควบคุมให้เหมาะสม

สรุป: พร้อมสู่โลก AI Governance

บทความนี้ได้พาเราทำความรู้จัก AI ตั้งแต่รากฐาน ทั้งความหมาย ประเภท การใช้งาน และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นพื้นฐานที่จำเป็นก่อนศึกษา AI Governance

เมื่อเข้าใจว่า AI คืออะไร ทำอะไรได้ และมีความเสี่ยงอะไร เราก็จะสามารถเข้าใจได้ว่าทำไมจึงต้องมีกฎเกณฑ์ มาตรฐาน และกรอบการกำกับดูแล ซึ่งครอบคลุมทั้งในระดับองค์กร อุตสาหกรรม และกฎหมายระหว่างประเทศ

ขั้นต่อไป: เมื่อพร้อมแล้วสำหรับ AI Governance

  • ทำความเข้าใจกรอบกฎหมาย AI ในระดับโลก เช่น EU AI Act
  • ศึกษาหลักการ Responsible AI: ความโปร่งใส ความเป็นธรรม ความรับผิดชอบ
  • เรียนรู้วิธีประเมินความเสี่ยงของระบบ AI ในองค์กร
  • ทำความรู้จักกับ Privacy Enhancing Technologies (PETs) และบทบาทของ AI ในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล

แหล่งอ้างอิง: IAPP Core Concepts of AI, OECD AI Classification Framework

ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ
CEO & Chief Data Strategy and Transformation Officer
เกี่ยวกับเอเทนติค ข่าวสารและบทความล่าสุด บริการของเรา ติดต่อเรา ร่วมงานกับเรา