Latest News & Insights

Athentic Consulting’s team of experienced experts bring you the
latest news and insights in law and regulations.

จาก Digital สู่ Data and AI Transformation

จาก Digital สู่ Data and AI Transformation

AI Transformation กำลังเป็นประเด็นที่ทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หลายๆหน่วยงาน กำลังเร่งรีบที่จะใช้พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแบบที่หลายๆ กูรูด้านเทคโนโลยีบอกว่าจะเป็นการเพิ่มแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนแบบที่เรียกว่าสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เป็นส่วนตัว และนวัตกรรมที่ก้าวล้ำ แต่ภายใต้พื้นผิวที่น่าตื่นตาตื่นใจของ Algorithm และ Neural Network มีรากฐานที่สำคัญซึ่งสำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของข้อมูล (ยกตัวอย่างให้เห็นความสำคัญของข้อมูลง่ายๆ ก็คือ คำว่า Chat GPT : GPT ย่อมาจาก Generative Pre-trained Transformer ซึ่งเป็นหนึ่งใน Large Language Model ที่ถูกเทรนหรือสอนด้วยข้อมูลที่เป็น text จำนวนมหาศาล)

การจะมี AI Transformation ที่มีประสิทธิภาพได้ จำเป็นต้องมีรากฐานที่แข็งแกร่งจาก Data Transformation ในองค์กรด้วย เพื่อให้เห็นภาพ หากเราเปรียบเทียบ AI เป็นรถแข่งสมรรถนะสูง Algrorithm คือเครื่องยนต์ทรงพลังที่ มีความเร็วและความคล่องตัวที่น่าทึ่ง แต่หากไม่มีเชื้อเพลิงที่เหมาะสม รถก็จะกระตุกและดับลงในที่สุด (ยกตัวอย่างรถแข่ง Formula 1 แม้ใช้น้ำมันเบนซิน ก็เป็นเบนซินชนิดพิเศษมาก ซึ่งประกอบด้วยน้ำมันเบนซิน 90% และเอทานอลหมุนเวียน 10% ที่เรียกว่า E10 นี่เป็นก้าวสำคัญสู่ความยั่งยืนที่มากขึ้น) ดังนั้นในโลกของ AI เชื้อเพลิงนั้นคือข้อมูล โดยคุณภาพ การเข้าถึง และความสมบูรณ์ของข้อมูลนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง


ถ้า ธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) คือกฎระเบียบที่ทำให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรือน้ำมันพร้อมใช้; ธรรมาภิบาล AI (AI Governance) ก็คือกฎระเบียบกติกาที่จะทำให้การใช้รถเป็นไปอย่างมั่นคงปลอดภัย ผมขออนุญาตเปรียบเทียบการขับเคลื่อน Data and AI Transformation คล้ายกับการจะสร้างรถประเภทต่างๆ เพื่อให้ใช้วิ่งบนท้องถนนครับ ซึ่งเราจำเป็นต้อง มีทั้ง รถยนต์ (AI / Machine Learning), น้ำมัน (ข้อมูล), ถนน (โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล เช่น Data Center, ระบบสาย cable ส่งข้อมูล), กฎกติกามารยาทด้านการจราจร (AI governance) รวมถึงมาตรฐานการผลิตและการใช้น้ำมัน (Data governance) และคนขับ (ทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะและปฏิบัติตามกฎ) แล้วอะไรจะเป็นตัวช่วยให้ สิ่งๆต่างเกิดขึ้นได้ ผมมองมีว่า 3 ปัจจัยสำคัญ ดังนี้

  • ยุทธศาสตร์ข้อมูล จะเข้ามาช่วยให้เราเลือกทั้ง น้ำมัน (ข้อมูล) และรถยนต์ (AI / Machine Learning) ที่ เหมาะสมกับงบประมาณ และทรัพยากรที่มี ใช้งานได้ถูกประเภท และตอบโจทย์องค์กรได้
  • ธรรมาภิบาลข้อมูลช่วยให้ได้มาซึ่งน้ำมันที่ถูกประเภท พร้อมใช้ทั้งในปัจจุบันและไม่ทำให้เครื่องยนต์พังในภายหลัง โดยถ้าเกิดเหตุการณ์ใช้น้ำมันผิดประเภท หรือน้ำมันไม่มีมาตรฐานก็จะต้องมีผู้รับผิดชอบ
  • ธรรมาภิบาล AI (AI governance) จะเป็นกฎ กติกา มารยาท มาตรฐานในการสร้างรถยนต์และขับขี่บนท้องถนน อย่างมีประสิทธิภาพ และมั่นคงปลอดภัย ไม่ใช่ว่าใครอยากจะสร้างรถแบบไหนก็ได้ ออกมาขับขี่ยังไงก็ได้ สร้างปัญหามลภาวะโดยไม่ต้องรับผิดชอบกับผลที่ตามมา


กระแส AI กำลังสร้างความต้องการมหาศาลในการใช้ข้อมูลคุณภาพสูง Algorithm ของ AI เรียนรู้และปรับปรุงโดยการระบุรูปแบบและความสัมพันธ์ภายในชุดข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ยิ่งข้อมูลที่ใช้ฝึกฝนโมเดล AI มีความเกี่ยวข้อง หลากหลาย และมีคุณภาพสูงมากเท่าใด โมเดลนั้นก็จะยิ่งมีความแม่นยำ น่าเชื่อถือ และมีคุณค่ามากขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างเช่น AI ที่ได้รับการป้อนข้อมูลประวัติการซื้อของลูกค้า พฤติกรรมการเรียกดู และข้อมูลประชากรที่ครอบคลุมที่ผ่านกระบวนการสร้างคุณภาพข้อมูลมาแล้ว AI ตัวนี้จะสามารถให้คำแนะนำที่เป็นส่วนตัวและมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายและความภักดีของลูกค้า ในทางกลับกัน การฝึกฝนเครื่องมือเดียวกันด้วยข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง หรือมีอคติ จะนำไปสู่คำแนะนำที่ผิดพลาด ซึ่งจะกัดกร่อนความไว้วางใจของลูกค้าและขัดขวางการเติบโตของธุรกิจ

การเข้ามามีส่วนร่วมของ AI ในฟังก์ชันทางธุรกิจและบริการภาครัฐต่างๆ ขยายความจำเป็นในการมีแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการจัดการข้อมูล ตั้งแต่การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์เพื่อคาดการณ์แนวโน้มของตลาด ไปจนถึงการประมวลผลด้านภาษาที่ขับเคลื่อน Chatbot ที่ซับซ้อน แอปพลิเคชัน AI แต่ละรายการล้วนต้องพึ่งพาข้อมูลประเภทและรูปแบบเฉพาะอย่างมาก

ยุทธศาสตร์ข้อมูลช่วยให้ AI transformation ตอบโจทย์องค์กรและจับต้องได้จริง เปรียบได้เหมือนกับ เราสามารถเลือกน้ำมันที่ถูกประเภท เพื่อนำไปใช้กับรถยนต์ที่เราอยากได้และใช้ได้จริง ธรรมาภิบาลข้อมูลในฐานะรากฐานสำคัญและรั้วกั้น สร้างความมั่นใจในความน่าเชื่อถือและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยเรื่องของยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาลข้อมูลไม่ใช่หน่วยงานที่เป็นอิสระต่อกัน แต่เป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน โดยยุทธศาสตร์ข้อมูลที่ชัดเจนให้ "อะไร" และ "ทำไม" ของการใช้ข้อมูลสำหรับ AI Transformation ในขณะที่ธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่งกำหนด "อย่างไร" และ "ใคร" เพื่อให้มั่นใจถึงการนำไปใช้อย่างมีความรับผิดชอบและมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้เห็นภาพ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง Usecase สถาบันการเงินที่ใช้ AI ในการตรวจจับการฉ้อโกง ยุทธศาสตร์ข้อมูลจะระบุข้อมูลการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง โปรไฟล์ลูกค้า และรูปแบบการฉ้อโกงในอดีต ในขณะที่กรอบธรรมาภิบาลข้อมูลจะกำหนดกระบวนการทำงานที่เข้มงวดสำหรับการเข้าถึงและปกปิดข้อมูลลูกค้าที่ละเอียดอ่อน เพื่อให้มั่นใจถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ยังจะใช้กลไกการตรวจจับอคติเพื่อป้องกันไม่ให้ AI ติดตามธุรกรรมอย่างไม่ยุติธรรมโดยอิงจากลักษณะที่ได้รับการคุ้มครอง

สร้างข้อมูลในฐานะสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์เพื่อความสำเร็จของ AI Transformationในการแข่งขันเพื่อนำ AI มาใช้ในการดำเนินงานไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจหรือภาครัฐก็ตาม การปฏิบัติต่อข้อมูลในฐานะสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ โดยมียุทธศาสตร์ข้อมูลที่แข็งแกร่งและธรรมาภิบาลที่มั่นคงเป็นรากฐาน จะได้รับความได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญ หน่วยงานจะสามารถเติมพลังให้กับเครื่องยนต์ AI ด้วยข้อมูลคุณภาพสูงที่น่าเชื่อถือ นำไปสู่ข้อมูลเชิงลึก (Data Insight) ที่แม่นยำยิ่งขึ้น การคาดการณ์ที่น่าเชื่อถือ และท้ายที่สุดคือมูลค่าทางธุรกิจหรือประโยชน์ที่มากขึ้น การเพิกเฉยต่อรากฐานที่สำคัญนี้ก็เหมือนกับการสร้างตึกสูงบนทราย ยิ่งคุณตั้งเป้าหมายสูงเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

Dr. Kampon Adireksombat
CEO & Chief Data Strategy and Transformation Officer
About ATHENTIC News & Insights Our Services Contact us Career